spider-man

spider-man รีวิว Spider-Man : No Way Home เรื่องย่อ เป็นครั้งแรกที่ ไม่ต้องหลบซ่อนใต้หน้ากากอีกต่อไป รวมทั้งเขาไม่สามารถแยกชีวิตในฐานะซูเปอร์ฮีโรออกมาจากชีวิตธรรมดาได้อีกต่อไป เมื่อเขาไปขอให้ด็อกเตอร์สเตรนจ์ช่วยเหลือ แม้กระนั้นมันกลายเป็นวุ่นวายกว่าเดิม บังคับให้เขาต้องหาวิธีแก้ไขแล้วก็กล่าวโทษหมายของการเป็นสไปเดอร์แมน หนังประเด็นนี้จะเสนอแนะสิ่งที่เรียกว่า Multiverse ในจักรวาลมาร์เวลอย่างเป็นทางการ พร้อมๆกับวายร้ายจากทั้ง แล้วก็ ‘The Amazing Spider-Man’ ก็จะมาปรากฎตัวด้วยเช่นกัน

สไปเดอร์แมน: โน เวย์ โฮม

ภาพยนตร์แอ็คชั่นซูเปอร์ฮีโร่ ผลิตมาจากนักแสดง สไปเดอร์-แมน ของ มาร์เวลคอมิกส์ เป็นการสร้างด้วยกันระหว่าง โคลัมเบียพิคเจอร์สกับมาร์เวลสตูดิโอส์ แล้วก็ขายโดย โซนี่พิคเจอร์สรีลีสซิง ภาพยนตร์ภาคต่อสามภาคของ สไปเดอร์แมน: ฟาร์ ฟรอม โฮม (2019) รวมทั้งดำเนินเรื่องก่อนหน้าซีรีส์ ฮอว์กอาย ภาพยนตร์เรื่องที่สี่ของ เฟส 4

ควบคุมโดย จอน วอตส์ ผู้กำกับจากสองภาคก่อนหน้า ขอปฏิบัติภารกิจปิดสามภาคสไปเดอร์แมนที่จักรวาล MCU ด้วยคอนเซปต์สุดล้ำเหนือจินตนาการ เมื่อปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ จะต้องเจอกับความระส่ำระสายข้างหลังการเสียชีวิตของมิสเตริโอที่ทำให้ตัวตนของเขาเผยโฉม รวมทั้งเมื่อเขาเอาตนเองไปพัวพันกับเวทมนตร์คาถาของจอมเวทย์มหารอยแดงอย่างด็อกเตอร์สเตรนจ์ คำตอบที่คาดไม่ถึงได้คืบคลาน นำพาศัตรูจากจักรวาลอื่นๆมาสู่จักรวาลของเขา

เขาจึงจำต้องร่วมมือกับพวกพ้องเด็กเนิร์ดอย่าง เน็ด เอ็มเจ และป้าเมย์ และใช้ “พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมความรับผิชอบอันใหญ่ยิ่ง” ต่อกรกับผู้ร้ายก่อนที่จะสายเกินความจำเป็นไม่ต้องพูดอะไรมากมายครับผมกับหนังประเด็นนี้ที่มีคู่รักหนังสือการ์ตูนแทบจะทั่วโลก เพียงแค่เปิดตัวหนังสไปเดอร์แมนภาคสามใน MCU ก็เรียกเสียงเฮรอชมกันแล้ว spiderman แถมยังมีการหลุดมาหลุดไปจนกระเทือนทั้งโลก แม้กระนั้นนั่นก็มิได้ทำให้ยอดจำหน่ายก่อนฉายของหนังประเด็นนี้ต่ำลง

แต่กลับพุ่งสูงอย่างน่าตกใจแล้วก็เหลือเกินกว่าหนังปิดฉากจตุรภาคอเวนเจอร์ อย่างเผด็จศึกไปอย่างขาดลอย นี่บางครั้งอาจจะเป็นบิ๊กอีเวนต์ใหญ่ที่แฟนมาเวลรวมทั้งสไปเดอร์แมนรอคอย เนื่องจากเพียงแค่เข้าฉายแค่อาทิตย์แรก กระแสคำชื่นชมรวมทั้งข้อคิดเห็นก็สีแดงสดเป็นมะเขือเทศ ยืนยันคะแนนนักวิพากษ์วิจารณ์ที่สูงลิ่ว และก็ได้รับการตั้งชื่อเลยว่า spider-man เป็นภาพยนตร์สไปเดอร์แมน ภาคที่เหมาะสมที่สุด กระหน่ำบ็อกซ์สำนักงานของอเมริกา จนกระทั่งทำให้รายได้ทั่วโลกในช่วงเวลานี้ พุ่งไปเป็นอันดับ 1 ปี 2021

ดูเหมือนชะตากรรมของเพื่อนบ้านผู้แสนดีอย่าง ‘สไปเดอร์-แมน’ จะเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยขึ้นทุกทีๆครับผม หลังจากที่รับงานฮีโรระดับเบอร์รองมาแล้วใน 2 ภาคก่อน ภาคนี้ในฐานะที่เป็นหนังในตอนต้นของ MCU ในเฟส 4 ที่กำลังเดินหน้าปูพื้นเรื่องราวแบบ ‘พหุจักรวาล’ หรือ ‘มัลติเวิร์ส’ (Multiverse) เพื่อขยายขอบเขตกระบวนการเล่าเรื่องให้กว้างกว่าแนวแอ็กชันแบบเดิม ซึ่งขณะนี้มีซีรีส์ใน Disney+ ที่ปูพื้นหัวข้อนี้ไว้ก่อนแล้วทั้ง ‘Loki’ รวมทั้งแอนิเมชัน ‘What If…? ‘

ซึ่งซีรีส์ทั้งสองหัวข้อนี้เป็นตัวสรุปอย่างเห็นได้ชัดว่า มัลติเวิร์สคือแกนหลักสำคัญแล้วก็ความอลหม่านครั้งใหญ่ที่เหล่าฮีโรจำเป็นต้องต่อกรให้ได้ ซึ่งในหนังเรื่องนี้ก็ดูอย่างกับว่าความโกลาหลนั้นได้ปรากฏชัดเจนขึ้นเป็นตัวเป็นตนแล้ว รวมทั้งไอ้แมงมุมก็ถือว่าเป็นฮีโรตัวแรกๆที่จำเป็นต้องรับผลแห่งความระส่ำระสายนี้แบบชัดๆหนังภาคนี้เล่าเกี่ยวกับอะไรหลังจากเรื่องใน Far From Home ปีเตอร์ ถูกเปิดเผยตัวตนภายใต้หน้ากากสไปเดอร์-แมนเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย

ทำให้ชีวิตนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในช่วงอายุ17 ปีเกิดความไม่เป็นระเบียบในทันที มิหนำซ้ำบรรดาเพื่อนสนิท รวมถึงคนที่เขารักจำเป็นต้องตกอยู่ในอันตรายความโกลาหลที่เกิดขึ้นยังสร้างผลกระทบเกี่ยวกับการได้รับใคร่ครวญเพื่อเข้าห้องเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ไม่เพียงเท่านั้นสำหรับเอ็มเจและก็เน็ด ยังโดนกล่าวหาจากสื่อฯ ว่าทั้งสองเป็นผู้สมคบต่อความประพฤติที่เกิดขึ้นในหนัง Far From Home ปีเตอร์ ผู้รู้สึกว่าตนเองเป็นต้นโคนของปัญหาทั้งผองและไม่อาจจะทนเห็นความฝันของสหายๆพังทลายลงได้ เขาก็เลยไปขอให้ด๊อกเตอร์สเตรนจ์ช่วยเหลือให้ “ความลับ” ของปีเตอร์กลับไปเป็นตามเคย คือไม่มีผู้ใดล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา

รีวิว ไม่สปอยล์

เต็มอิ่มซาบซึ้ง บู๊หนำใจ เป็นผู้ใหญ่ขึ้น อย่าลุกเมื่อหนังจบ เพราะมี Endcreditเข้าโรงหนังไทยเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อยกับ Spider-man: No way home การผจัญภัยครั้งใหม่ของ ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ เด็กหนุ่มวัยมัธยมปลาย ที่จะต้องต่อสู้เหล่าร้ายที่ภาคนี้กระหน่ำถาโถมเข้ามาข้างในคอปเซปต์ Multiverse ไม่ว่าจะเป็น กรีน ก็อบลิน (Green Goblin) ดร. อ็อกโตปุส (Dr. Octopus) ที่ผ่านมิติมา ผลจากการใช้เวทมนต์ของดร.สเตรนจ์ แถมตัวตนของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ในภาค Far from home ถูกเผยแล้ว ทำให้เส้นเรื่องในภาคนี้ เข้มข้นบันเทิงใจติดตามมากๆก้าวสำคัญของการเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่

สไปเดอร์แมน Homecoming ออกฉายรวมทั้งเดบิวต์ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ฉบับทอม ฮอลแลนด์ออกมา ในฐานะผู้เรียนมัธยม ก่อนที่จะเขาจะพบว่าณ เวลานี้โลกทั้งยังใบกำลังจ้องมาที่ตัวของเขาเอง!!! หนังภาคล่าสุดอย่าง No Way Home จึงเปรียบได้กับข้อสรุปและว่าด้วยการเจริญเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ถ้าหากเรายังเพียงพอจำคำบอกเล่าของโทนี่ สตาร์คใน Captain America: Civil War ที่ถามปีเตอร์ไว้ว่า “เธอเป็นสไปเดอร์บอยหรือไม่” ตลอดการปรากฏในหนังเรื่องต่างๆของมาร์เวลได้พิสูจน์คำกล่าวนั้นไว้อย่างแจ่มแจ้ง

แม้กระนั้นอาจไม่ใช่สำหรับ No Way Home ที่เราอาจจะพูดได้ว่าเขากำลังจะเปลี่ยนเป็น “สไปเดอร์แมน” อย่างเต็มตัว และก็ทั้งหมดทั้งปวงทั้งหมดการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ล้วนแต่มากจากการตัดสินใจด้วยตัวของเขาเองทั้งสิ้นส่วนเรื่องราวในภาคนี้ก็จะเล่าต่อจาก End Credits ตัวแรกที่ทิ้งไว้ในภาคก่อนหน้า (SpiderMan : Far From Home (2019)) ซึ่งถ้าเกิดใครกันแน่ที่ยังไม่ได้มอง ก็จะต้องขอเบรกให้ไปพบดูซิให้เรียบร้อยก่อนครับ (ทั้งคู่ภาคมีให้ดูใน HBO GO) เนื่องจากว่าเรื่องราวของภาคนี้จะเริ่มต้นมาจาก End Credits ตัวนั่นแหละ ภายหลังที่สไปเดอร์แมนสามารถโค่น ‘มิสเทริโอ’ (Jake Gyllenhaal) ได้สำเร็จฤดูร้อน ปี 2024 สถานะการณ์หนึ่งสัปดาห์ภายหลังจาก

สไปเดอร์แมน: ฟาร์ ฟรอม โฮม ในลอนดอน อังกฤษ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ได้ศึกษาค้นพบว่าตัวตนของตนเองนั้นได้ถูกเปิดเผยโดยเจ้าแห่งมายา มิสเตริโอที่ก่อนตายได้ทำให้ทั่วโลกได้รับรู้ แล้วก็โน่นทำให้คนรอบข้างของปีเตอร์พลอยได้รับผลกระทบไปด้วยจากการประกาศก้องของบรรณาธิการจอมโฉด เจ โจนาห์ เจมส์สัน

ทำให้ปีเตอร์จำเป็นต้องรับผิดชอบด้วยการเจอด็อกเตอร์สเตรนจ์ จอมเวทย์ผู้สามารถร่ายเวทมนตร์คาถาสารพัดสารพัน ปีเตอร์วิงวอนให้เขาช่วยลบความจำของทุกคนที่เกี่ยวพันและล่วงรู้ตัวตนกลับกลายเป็นว่าคำตอบมันไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง เมื่อสิ่งที่ปีเตอร์ได้รับไม่ใช่ผู้คนที่ลืมเขา แต่กลับเป็นเหล่าวายร้ายจากอีกจักรวาลที่หลุดออกมาสร้างความระส่ำระสาย!! ทั้ง ด็อกเตอร์ อ็อคโทปุส, กรีน กอบลิน, แซนด์แมน, ลิซาร์ด และก็อิเลคโตรที่ออกตามล่าปีเตอร์อย่างไม่ลดละ และก็เบาๆทำลายจักรวาลของเขาลงอย่างช้าๆเมื่อพลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง

เด็กมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีเพียงพลังใยแมงมุมอย่างปีเตอร์จะสามารถเดินทางกลับสู่ตัวตนของตนที่หลับอยู่ได้หรือไม่รวมทั้งในภาคนี้ แน่นอนว่า ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เพื่อนบ้านที่แสนดี

ถูกภัยเฟกนิวส์หยามหน้าจนกระทั่งทำให้ใช้ชีวิตยากลำบากกว่าเดิม แถมพาให้คนรอบข้างทั้งคนรักอย่าง ‘เอ็มเจ’ (Zendaya) เพื่อนสนิทสาย Geek อย่าง ‘เน็ด ลีดส์’ (Jacob Batalon) และ ‘ป้าเมย์’ (Marisa Tomei) ต่างพากันตกที่นั่งลำบากกันไปด้วย ปีเตอร์เลยจำเป็นต้องไปขอร้องกับหมอแปลก ‘ดอกเตอร์สเตรนจ์’ (Benedict Cumberbatch) เพื่อช่วยร่ายมนต์ลบความจำของคนเราว่าปีเตอร์ ปาร์คเกอร์คือสไปเดอร์-แมน แม้กระนั้นด้วยข้อผิดพลาดบางสิ่งบางอย่าง ผลก็คือทำให้วายร้ายจากมัลติเวิร์สหลุดเข้ามาป่วนปั่นโลกของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์จนกระทั่งกลายเป็นเรื่องสำคัญระดับจักรวาล

ในแง่ของการดำเนินเรื่อง ในภาคนี้ก็ยังคงมีรสชาติ กลิ่น รวมทั้งธีมของหนังจากภาคก่อนๆอยู่ครับผม โดยยิ่งไปกว่านั้นองก์แรก ซึ่งผู้กำกับอย่าง ‘จอน วัตต์ส’ (Jon Watts) ที่รับเหมากำกับแฟรนไชส์หนังชุดนี้มาจนกลายเป็นสามภาคแล้ว ก็ยังคงคุมสีสันความเป็นหนังวัยรุ่นที่แอบแฝงเรื่องราวแบบอย่างของวัยว้าวุ่น สิบห้าหยกๆสิบหกหย่อนๆมุกฮาๆวีรกรรมห่ามๆแล้วก็หนังสไตล์ Coming Of Age ซึ่งพอเพียงมาถึงภาคนี้ จำต้องชื่นชมแนวทางการเล่าเรื่องเป็นสิ่งแรกเลยครับ

เนื่องจากว่าตัวหนังสามารถไต่ระดับการเล่าจากเล็กไปพบใหญ่ และใหญ่ระดับจักรวาลได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนมาก โน่นอาจทำให้การเดินเรื่องในองก์แรกช้าอยู่บ้าง โดยมีฉากแอ็กชันหัวยกระตุ้นกราฟอยู่เนืองๆแต่ตัวบทก็ถือว่าทำได้ฉลาดแล้วก็ไหลลื่นไม่สะดุดตรงไหนให้กวนโอ๊ยเลย

หนังตลกๆ

 win666.club

musicmp3zone

Leave a Reply

Your email address will not be published.